กองทุน SSI-SCA

โอกาสลงทุนในหุ้นเวียดนาม

เชื่อมโยงการเติบโตของตลาดหุ้นเวียดนามสู่พอร์ตการลงทุนของคุณ

SSI-SCA คือกองทุนรวมต่างประเทศสัญชาติเวียดนาม ลงทุนในหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ของประเทศเวียดนาม SSI-SCA มีชื่อย่อมาจาก SSI Sustainable Competitive Advantage Fund ตลาดหุ้นของเวียดนามที่กองทุนนี้ลงทุนได้แก่ Ho Chi Minh Stock Exchange และ Hanoi Stock Exchange และกองทุนนี้มีการบริหารโดยผู้จัดการกองทุนชาวเวียดนาม

บริษัทหลักทรัพย์ SSI Asset Management Co., LTD (SSIAM) เป็นบริษัทหลักทรัพย์ในประเทศเวียดนามที่ให้บริการด้านการบริหารการลงทุนกับลูกค้าสถาบันต่างประเทศ สถาบันในประเทศ และลูกค้าบุคคลทั้งในและต่างประเทศ โดยมีสินทรัพย์ภายใต้การจัดการรวมทั้งสิ้น 579 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2022) และมีผู้จัดการกองทุนและทีมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ที่เป็นบุคลากรที่มีประสบการณ์ความสามารถและความรู้ความเข้าใจการลงทุนในเวียดนามกว่า 25 คน

SSIAM ถือหุ้นโดยบริษัท Saigon Securities Incorporation (SSI) 100% ซึ่ง SSI เป็นบริษัทหลักทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนาม มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) และรายได้มากที่สุดในปี 2018 ของประเทศเวียดนาม โดยให้บริการด้านหลักทรัพย์ครบวงจร ซึ่งเป็นบริษัทหลักทรัพย์ที่มีความน่าเชื่อถือและได้รับรางวัลผลการดำเนินงานยอดเยี่ยมในระดับนานาชาติมากมาย

กองทุนใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบ Active โดยมุ่งเน้นลงทุนในบริษัทที่มีความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างยั่งยืน (Sustainable Competitive Advantage) เหนือคู่แข่ง มีส่วนแบ่งตลาดสูง ผู้บริหารมีความโปร่งใส ฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง มีศักยภาพในการดำเนินงานที่ดีแม้ในสภาวะตลาดที่ไม่เอื้ออำนวย และมีมูลค่าพื้นฐานที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับศักยภาพการเติบโตในอนาคต

กองทุนใช้กลยุทธ์การคัดเลือกหุ้นแบบ Active โดยอาศัยข้อมูลวิจัยเศรษฐกิจมหภาค พัฒนาแบบจำลองการลงทุนที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์กองทุน เพื่อกระจายหลักทรัพย์อย่างเหมาะสมตามสภาวะตลาดปัจจุบัน มีขั้นตอนดังนี้:

  • ขั้นที่ 1: วิเคราะห์เศรษฐกิจมหภาคแบบ Top-down เพื่อระบุหุ้นที่มีศักยภาพเติบโต
  • ขั้นที่ 2: คัดกรองบริษัทตามเกณฑ์ที่กำหนด ได้แก่ มูลค่าตลาดสูง สภาพคล่องสูง เป็นผู้นำตลาด ผู้บริหารมีคุณภาพ การกำกับดูแลกิจการโปร่งใส ฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง ผลตอบแทนสูงเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรม และมีศักยภาพการเติบโตสูง
  • ขั้นที่ 3: กระจายความเสี่ยงของพอร์ตโดยวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน ศักยภาพการเติบโต ประสิทธิภาพการบริหาร ความเสี่ยงดำเนินงาน ความเสี่ยงทางการเงิน และความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง

กลุ่มอุตสาหกรรมที่เลือกลงทุน ได้แก่ บริการทางการเงิน ค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภค การท่องเที่ยว การก่อสร้าง ธนาคาร อัญมณี เทคโนโลยี พลังงานและปิโตรเลียม บริการ และเภสัชกรรม

เหมาะสำหรับนักลงทุนไทยที่สามารถยอมรับความเสี่ยงได้ มีมุมมองการลงทุนระยะยาว มีเงินลงทุนที่มีสภาพคล่อง ยินดีรอให้ตลาดรับรู้มูลค่าที่แท้จริงของหุ้น และต้องการกระจายพอร์ตการลงทุนไปนอกประเทศไทย

  • กองทุนไม่มีการรับประกันผลตอบแทนจากธนาคารกลางเวียดนามหรือสถาบันการเงินอื่น
  • ผลตอบแทนอาจต่ำกว่าที่คาดหวังหรือต่ำกว่าการลงทุนอื่นที่มีอยู่ เงินต้นอาจลดลงบางส่วนหรือทั้งหมด
  • ผู้จัดการกองทุน SSIAM และพนักงานไม่รับประกันผลกำไรหรือขาดทุน
  • กองทุนมุ่งเน้นการเพิ่มมูลค่าระยะยาว นักลงทุนไม่ควรคาดหวังผลตอบแทนในทันทีหรือระยะสั้น
  • ผลการดำเนินงานในอดีตของ SSIAM ไม่ได้รับประกันผลตอบแทนในอนาคต

ความเสี่ยงหลัก ได้แก่ Market Risk, Inflation Risk, Interest Rate Risk, Exchange Rate Risk, Price Volatility Risk, Legal Risk, Investment Strategies Risk, Liquidity Risk, Fund Management Operation Risk, Conflict of Interest Risk และ Force Majeure Risk

  • กองทุนต้องลงทุนในบริษัทหลักทรัพย์อย่างน้อย 6 บริษัท
  • ลงทุนในเงินฝากธนาคาร ตราสารตลาดเงิน เงินตราต่างประเทศ หรือตราสารหนี้ที่สามารถโอนได้ไม่เกิน 49% ของสินทรัพย์รวม
  • ลงทุนในหลักทรัพย์ของผู้ออกรายเดียวหรือกลุ่มบริษัทที่เกี่ยวข้องไม่เกิน 30% ของสินทรัพย์รวม
  • ลงทุนในหลักทรัพย์ตัวเดียวไม่เกิน 20% ของสินทรัพย์รวม
  • ลงทุนไม่เกิน 10% ของมูลค่าตลาดของหลักทรัพย์ที่ออกจำหน่าย
  • ลงทุนในหลักทรัพย์ที่รอจดทะเบียนไม่เกิน 10% ของสินทรัพย์รวม
  • พอร์ตหลักทรัพย์มูลค่าสูงไม่เกิน 40% ของสินทรัพย์กองทุน
  • ไม่สามารถลงทุนโดยตรงในอสังหาริมทรัพย์ โลหะมีค่า หรือเหล็ก

กองทุนใช้ดัชนี VN-Index (VNI) เป็น Benchmark ซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนตลาดหุ้นเวียดนาม โดยคำนวณแบบถ่วงน้ำหนักมูลค่าตลาด (Capitalization-weighted) จากบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดใน Ho Chi Minh City Stock Exchange โดยมีดัชนีฐาน 100 ณ วันที่ 28 กรกฎาคม 2543

ภาษีการโอนหน่วยลงทุน (ให้/รับมรดก)

นักลงทุนไทยที่ไม่ได้เป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในเวียดนาม หากโอนหน่วยลงทุนเป็นของขวัญหรือมรดก ต้องเสียภาษี 10% ของมูลค่าหลักทรัพย์ที่เกิน 10 ล้านดองเวียดนาม

ภาษีการไถ่ถอนหน่วยลงทุน

0.10% ของมูลค่าที่ไถ่ถอน (หักภาษี ณ ที่จ่าย)

ภาษีเงินได้

รายได้จากการขายหลักทรัพย์ต่างประเทศที่นำกลับเข้าประเทศไทยภายในปีที่ขาย ต้องนำผลตอบแทน (กำไรจากการขาย เงินปันผล ดอกเบี้ย และผลประโยชน์อื่น) จากแหล่งต่างประเทศมารวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ระยะเวลาอย่างต่ำ 2 ปี เพื่อให้หุ้นมีเวลาเพียงพอในการสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืน และหลีกเลี่ยงค่าธรรมเนียมการไถ่ถอน (Redemption Fee)

การโอนหน่วยลงทุนสามารถทำได้แต่ไม่แนะนำ เนื่องจากขั้นตอนที่ซับซ้อน ค่าใช้จ่าย และระยะเวลาที่ต้องใช้ การโอนต้องเป็นในรูปแบบของขวัญ มรดก หรือการบริจาค และต้องผ่านการรับรองจาก Notary Public ที่สถานทูตเวียดนามในประเทศไทย โดยผู้รับโอนจะต้องเสียภาษีมรดกหรือของขวัญ 10% ของ NAV ทางเลือกที่ดีกว่าคือการขายและซื้อใหม่แทนการโอน

ทรีนิตี้